[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
องค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำเย็น
 

หน้าหลัก
Button2
Button3
Button4
Button5
Button6
Button7 Button8

 

   
 
 
 

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องสนทนาเรื่องทั่วไป >>
หน้าที่ด้านที่มีคุณประโยชน์ของไส้เดือนดิน  VIEW : 20    
โดย D

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 1
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 20%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 49.228.201.xxx

 
เมื่อ : ศุกร์์ ที่ 15 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2564 เวลา 15:30:57    ปักหมุดและแบ่งปัน

หน้าที่ด้านที่มีคุณประโยชน์ของไส้เดือนดิน
1.ช่วย พลิกกลับดิน นำดินข้างล่างขึ้นมาข้างบนโดยการกินดิน ที่มีแร่รอบๆข้างล่างแล้วก็ถ่ายมูลรอบๆผิวดินข้างบน ช่วยทำให้มีการผสมผสมแร่ในดิน นำแร่ที่มีคุณประโยชน์ต่อพืชในชั้นที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาข้างบนให้พืชดูดใช้ประโยชน์ ได้
2.ช่วยสำหรับการย่อยสลายสาร อินทรีย์ในดิน ซากพืช  pgslot ซากสัตว์ รวมทั้งสารอินทรีย์ต่างๆทำให้ธาตุต่างๆอยู่ในรูปที่มีประโยชน์ต่อพืช อย่างเช่น ไนโตรเจน ในรูปแอมโมเนียรวมทั้งไนเตรท แล้วก็อีกเปลี่ยนจำพวก และสารควบคุมการเติบโตของพืชรวมทั้งวิตามินจะถูกปราศจากปลดปล่อยออกมาด้วย
3.ช่วยเพิ่มแล้วก็แพร่ระบาดจุลชีวันในดินที่เป็นประโยชน์ต่อพืช pgslot อย่างเช่น ไรโซเบียม ไมคอร์ไรซา ในรอบๆรากพืช
4.การชอนไชของไส้เดือนดิน ทำให้ดินซึ่งร่วนซุย การระบายน้ำและก็อากาศดี ดินซับน้ำก้าวหน้าขึ้น เพิ่มช่องว่างในดินทำให้รากพืชชอนไชก้าวหน้า
กรรมวิธีการนำไส้เดือนดินมาใช้ประโยชน์
1) เอามาเสื่อมสภาพขยะอินทรีย์และก็เศษอาหารจากบ้านเมืองเพื่อผลิต ปุ๋ยคอกมูล ไส้เดือนดิน ประยุกต์ใช้สำหรับการ เกษตรลด ทุนการซื้อปุ๋ยเคมี
2) ประยุกต์ใช้เลี้ยงสัตว์ เพราะเหตุว่ามีจำนวนเปอร์เซ็นต์โปรตีนที่สูงมากมายช่วยทุ่นค่าใช้จ่ายในค่า อาหารสัตว์
3) ใช้ฟื้นฟูสภาพดินที่ ชำรุดอย่างเช่นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ และก็เหมืองเก่า
4) ใช้เป็นดรรชนีทางสภาพแวดล้อมสำหรับการตรวจดูธาตุโลหะหนักและก็ สารเคมีที่แปดเปื้อน จากการกสิกรรมในดิน
5) ใช้เป็นของกิน ยาบำบัดโรค ยาบำรุงทางเพศ หรือ ใช้เป็นวัตถุดิบในแวดวงการปรุงยา แล้วก็เครื่องแต่งหน้า
6) ใช้ เป็นดรรชนีทางสภาพแวดล้อมสำหรับการวิเคราะห์ธาตุโลหะหนัก แล้วก็การแปดเปื้อนของสารเคมีทางการเกษตรในดิน
เพาะเลี้ยง ‘ไส้เดือนดิน’ ผลิตปุ๋ยธรรมชาติ
“ไส้เดือนดิน” จัดอยู่ในกรุ๊ปผู้สลายตัวซากอินทรีย์ในระบบนิเวศ แบ่งได้เป็น 2 กรุ๊ปใหญ่ดังที่พักอาศัยแล้วก็นิสัยสำหรับการรับประทานอาหารเป็น ไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ตามผิวดินหรือใต้ซากอินทรีย์ และก็ไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ใต้ดินโดยการขุดรูอยู่ โดยไส้เดือนดินที่อยู่ตามผิวดินหรือใต้ซากอินทรีย์จะมีคุณภาพสำหรับเพื่อการย่อย สารอินทรีย์ในดินได้ดียิ่งไปกว่า แล้วก็มีการเพาะพันธุ์ที่เร็วกว่าด้วย โดยธรรมดาในธรรมชาติไส้เดือนดินแก่ที่ช้านาน ตั้งแต่ 4-10 ปีขึ้นกับประเภทของไส้เดือนดิน แต่ว่าเมื่อเอามาเพาะเลี้ยงพบได้ทั่วไปว่าไส้เดือนดินแก่สั้นลง โดยธรรมดาจะแก่เฉลี่ยไม่เกิน 2 ปี
สิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยหลักต่อการเติบโตของไส้เดือนดินมี1.ความชุ่มชื้น
ไส้เดือน ดินแต่ละประเภทจะเติบโตก้าวหน้า ในความชุ่มชื้นที่แตกต่าง ยกตัวอย่างเช่น ความชุ่มชื้นที่สมควรต่อไส้เดือนดินที่อาศัยอยู่ใต้ดินเป็น 40-70% ส่วนไส้เดือนดินที่อาศัยใต้กองมูลสัตว์หรือซากอินทรีย์จะเติบโตก้าวหน้า ที่ความชุ่มชื้น 70-80% ฯลฯ
2.อุณหภูมิอุณหภูมิ ที่สมควรต่อการเติบโตของไส้เดือนดิน อยู่ในตอน 15-28 องศาเซลเซียส โดยไส้เดือนดินในเขตร้อนจะทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดีมากว่าไส้เดือนดินในเขตอบอุ่น3.ความเป็นกรด-ด่างความ เป็นกรด-ด่างของ ดินส่งผลต่อไส้เดือนดิน โดยธรรมดาความเป็นกรด-ด่างที่สมควรต่อไส้เดือนดินอยู่ในตอน 6.0-8.0 แต่พบว่าไส้เดือนดินบางประเภทสามารถอาศัยอยู่ในภาวะที่เป็นกรดจัดได้ (3.7-4.7) 4.จำนวนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไส้เดือนดินจะสามารถดำเนินชีวิตอยู่ได้ในดินที่มีความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอน ไดออกไซด์ระหว่าง 0.01-11.5% ถ้าหากมีจำนวนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่สูงขึ้นยิ่งกว่าที่ระบุจะเกิดอันตรายต่อ ไส้เดือนดิน
จากลักษณะการกินของกิน (ซากอินทรีย์) แล้วก็การอาศัยของไส้เดือนดิน ทำให้เป็นประโยชน์ต่อดินในทางของการสลายตัวซากอินทรีย์ในดิน ทำให้ดินมีธาตุอาหารรวมทั้งสารต่างๆที่จำเป็นต้องต่อการเติบโตของพืช รวมถึงการเคลื่อนที่ไปพบของกินของไส้เดือนดินเป็นการไชชอนดิน ทำให้ดินมีความร่วนซุย มีการระบายของน้ำรวมทั้งการแพร่ระบาดของอากาศในดินก้าวหน้า ก็เลยมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตในดินไม่ว่าจะเป็นพืช จุลชีวัน และก็สัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ
จุดประสงค์ของการนำไส้เดือนดินมา เพาะ เลี้ยงในประเทศไทย มีเป้าหมายอยู่ 2 ประการเป็น ประการแรกเป็นอาหารสัตว์ ประการลำดับที่สอง เป็นประยุกต์ใช้สลายตัวสิ่งของเหลือทิ้งจากภาคการกสิกรรมและก็ของกินเพื่อผลิตเป็นปุ๋ย อินทรีย์ อย่างเช่น เศษผัก ผลไม้หรือมูลสัตว์ ฯลฯ
ไส้เดือนดินกระบวนการเพาะเลี้ยงไส้เดือนดินสำหรับผลิตปุ๋ยธรรมชาติมีด้วยกันหลายแบบ โดยสามารถเลือกได้ตามสมควรดังต่อไปนี้
1. การเลี้ยงไส้เดือนดินในภาชนะต่างๆอย่างเช่น กระถางที่เอาไว้ปลูกต้นไม้ ลังไม้ หรือบ่อปูนซีเมนต์ฯลฯ เป็นการเลี้ยงขนาดเล็ก แล้วก็ทำเป็นทุกครอบครัว ใช้พื้นที่น้อย การดูแลง่าย แม้กระนั้นจำนวนปุ๋ยธรรมชาติที่ได้ก็น้อยตามขนาดของภาชนะที่เลี้ยง
2. การเลี้ยงไส้เดือนดินในภาชนะเป็นชั้นๆดังเช่น ชั้นไม้ หรือชั้นตู้พลาสติก ฯลฯ เป็นการเลี้ยงที่ใช้พื้นที่จำกัดก้าวหน้า แม้กระนั้นมีข้อกำหนดเป็นจำต้องใช้แรงงานสำหรับในการจัดแจงออกจะมากมายรวมทั้งสิ้นเปลืองเวลา3. การเลี้ยงไส้เดือนดินแบบแปลงที่โล่งแจ้ง เป็นการเลี้ยงไส้เดือนดินที่ใช้เคล็ดลับกล้วยๆด้วยการตั้งกองของกินเป็นแปลงสำหรับเลี้ยงไส้เดือนดิน หุ้มของกินของไส้เดือนดินด้วยฟางรวมทั้งตาข่าย สำหรับคุ้มครองปกป้องสัตว์มาคุ้ย แม้กระนั้นมีข้อกำหนดตรงที่ไส้เดือนดินสามารถเลื้อยหนีออกได้ง่ายเมื่อสถานการณ์ไม่ สมควร ยกตัวอย่างเช่น ของกินหมดหรือน้ำหลาก ฯลฯ
4. การเลี้ยงไส้เดือนดินในโรงเรือน เป็นการเลี้ยงที่นิยมสำหรับฟาร์มเกษตรกรจำนวนมาก เนื่องจากสามารถจัดแจงสิ่งแวดล้อมต่างๆสำหรับเพื่อการเลี้ยงไส้เดือนดินได้ง่าย อย่างเช่น การก่อบล็อกสำหรับทำซองหรือคอกเลี้ยงไส้เดือนดิน โรงเรือนจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ขึ้นกับเงินลงทุนของผู้เลี้ยงไส้เดือนดินเป็น หลัก
5. การสร้างไส้เดือนดินแบบอัตโนมัติ เป็นการเลี้ยงไส้เดือนดินอย่างมีระบบ ทำให้จัดแจงได้ง่าย แต่ว่ามีข้อกำหนดตรงที่ทุนสูงมากมาย ด้วยเหตุนี้ควรจะมีการเรียนรู้จำพวกที่สมควร เพื่อกำเนิดสมรรถนะมากที่สุด
ปุ๋ยธรรมชาติที่ได้จาก ไส้เดือนดิน มีอยู่ 2 ประเภทเป็น ปุ๋ยธรรมชาติจำพวกแห้งและก็ปุ๋ยธรรมชาติรูปแบบน้ำ ดังนี้ขึ้นกับจำพวกของวัตถุดิบหรือของกินที่ใช้ โดยปกติถ้าหากเป็นจากเศษพืชหรือผักจะได้ปุ๋ยธรรมชาติอีกทั้งรูปแบบน้ำรวมทั้งแห้ง แม้กระนั้นมีจำนวนน้อย ส่วนมูลสัตว์จะได้จำนวนปุ๋ยธรรมชาติที่มากกว่า แต่ว่ามิได้ปุ๋ยธรรมชาติรูปแบบน้ำไส้เดือนเลื้อยคลานได้เช่นไร? (How to Earthworm Movement?)
ไส้เดือนเลื้อยคลานได้เช่นไร?
การเคลื่อนที่ของตัวไส้เดือนบนพื้น ไส้เดือนจะเขยื้อนโดยใช้ peristalsis (Peristalsis เป็นการ บีบตัวของไส้เป็น segment มีการบีบตัวรวมทั้งคลายตัวเป็นจังหวะเพื่อส่งเสริมของกินไปสู่ข้างล่างของไส้) คล้ายกับขั้นตอนการผลักของกินลงหลอดของกิน ในไส้เดือนจะมีกล้ามวงกลมนิดหน่อยยึดกับผิว กล้ามเนื้อตามยาวหดตัวที่ส่วนประกอบพวกนั้นแล้วจึงจะดึงสัตว์ไปด้านหน้า




 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

นับจำนวนผู้เข้าชม